การชาร์จแบตเตอร่รถยนต์ไฟฟ้า แบบ AC และ แบบ DC ต่างกันอย่างไร ?

การอัดประจุไฟฟ้าผ่านตัวนำ หรือการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ การอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับ และการอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรง

1. การอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับ
เป็นการอัดประจุไฟฟ้าโดยการจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับเข้าสู่ยานยนต์ไฟฟ้า จากนั้น On-board Charger ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในยานยนต์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็นกระแสตรงก่อนจ่ายเข้าสู่แบตเตอรี่ต่อไป การอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับโดยทั่วไปจะเป็นการอัดประจุไฟฟ้าแบบปกติ (Normal Charge)
เนื่องจากใช้กำลังไฟฟ้าค่อนข้างต่ำด้วยข้อจำกัดของ On-board Charger ในยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งโดยทั่วไปจะรองรับกระแสไฟฟ้าได้เพียง 16-32 A ดังนั้น การอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับจึงเหมาะสำหรับการอัดประจุไฟฟ้าในบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน และห้างสรรพสินค้า ซึ่งสามารถจอดรถได้เป็นระยะเวลานาน
โดยทั่วไป On-board Charger จะมีขนาด 3.3 kW และ 6.6 kW สำหรับระบบการอัดประจุไฟฟ้าแบบ 1 เฟส ไปจนถึง 11 kW และ 22 kW สำหรับระบบการอัดประจุไฟฟ้าแบบ 3 เฟส ซึ่งการอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับที่ 22 kW จะเรียกว่าการอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับแบบกึ่งเร็ว (AC Semi-Quick Charge)

2. การอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรง
เป็นการอัดประจุไฟฟ้าโดยการจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงเข้าสู่ยานยนต์ไฟฟ้า โดยในกรณีนี้ สถานีอัดประจุไฟฟ้าจะทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็นกระแสตรงก่อนที่จะจ่ายเข้าสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งไฟฟ้ากระแสตรงที่จ่ายเข้าสู่ยานยนต์ไฟฟ้าจะจ่ายเข้าสู่แบตเตอรี่โดยตรง โดยมีระบบจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System: BMS) ทำหน้าที่ควบคุมการอัดประจุ
การอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรงถือเป็นการอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว (Quick Charge) โดยสามารถจ่ายกำลังไฟฟ้าในการอัดประจุไฟฟ้าได้สูง เนื่องจากไม่มีข้อจำกัดเรื่อง On-board Charger โดยทั่วไปสามารถอัดประจุไฟฟ้าครึ่งหนึ่งของความจุแบตเตอรี่ได้ภายในระยะเวลาเพียง 10-15 นาที และเนื่องจากเป็นการอัดประจุไฟฟ้าที่ใช้กำลังไฟฟ้าสูง (ปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ 50 kW)
จึงต้องการแหล่งจ่ายไฟฟ้า 3 เฟส ที่มีพิกัดกระแสสูง การอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรงมักเป็นการใช้งานในแหล่งสาธารณะซึ่งต้องการความรวดเร็วในการอัดประจุ ในลักษณะคล้ายกับสถานีบริการน้ำมัน และเหมาะสมกับยานยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการอัดประจุไฟฟ้าหลายครั้งระหว่างวัน หรือสำหรับการเดินทางระยะทางไกล

ที่มา : รายงานแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย (พ.ศ. 2559)

    Recent Posts